2007/Mar/29

ไม่เคยรู้เลยว่าความรักจะเจ็บปวดถึงเพียงนี้
กับวันที่ทุกอย่างจบลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ
หมดอาลัยตายอยากในสายใยที่ลาลับ
หมดความหวังกับความรักที่ไม่มีวันกลับคืนมา

เฝ้าถามฟ้าดินซ้ำๆด้วยคำเก่าๆ
ว่าทำไมเราต้องมาลงเอยกันที่ตรงนี้
คนที่เคยเรียกกันว่าคู่หู คู่ขาวดำ คู่ทำดี
กลายเป็นเถ้าธุลีในเศษเสี้ยวเดียวแห่งความทรงจำ

วันที่สิ้นสุดทุกสิ่งทุกอย่าง
วันที่เชือกฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น
เมื่อวานก่อนได้ยินเสียงพูดคุยหยอกล้อกัน
เพียงข้ามคืนวันแม้แต่ติดต่อกันก็ไม่มีอีกเลย

ชะตากรรมเราร่วมทำไว้
คือเหตุผลที่ทำให้เราสองต้องสิ้นสุดลงตรงนี้
เจ้าเสียเพื่อน ข้าเสียคนรัก เจ็บนักเหลือจะชำระเพียงข้ามปี
หม่นหมองเหลือเกินในบัดนี้ ทุกสิ่งไม่มีอะไรสดใสอีกเลย

วันนี้ที่ไม่มีเจ้าและข้าในสารบบ
ข้านั่งทวนทบเรื่องราวต่างๆรอบกายอยู่ซ้ำๆ
แต่อาทิตย์ที่สว่างไสว ก็กลายเป็นสีมืดดำ
วันนี้เป็นวันที่ข้าไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ

นั่งและนอน นอนและร้องไห้
ไม่มีแก่ใจจะทำอะไรแม้กระทั่งกินข้าว
ภารกิจทุกอย่างละทิ้งไว้ในม่านเงา
รอบกายมีเพียงความเศร้าที่ต้องสูญเสียเจ้าไป

เพราะไม่รู้ว่าวันหนึ่งวันใดในวันข้างหน้า
จะมีโอกาสได้พบพาหรือก็หาไม่
สัจจะวาจาปฏิญญาต่อหน้าพระพุทธอุทัย
จึ่งต้องกัดฟันทนฝืนใจอำลาเจ้าไปตลอดกาล

ที่ตรงนี้ที่เคยมีความทรงจำเก่าๆ
มีค่าเทียมเท่าน้ำตาที่ไหลแทบเป็นสายเลือดนี้
จากมหานครไปเพื่อไกลเจ้าคนดี
เพื่อลืมเลือนทุกสิ่งที่มี
ให้ข้านี้ลืมเจ้าได้ ชั่วนิจนิรันดร์

........

(คิดถึงเจ้าเหลือเกิน เพื่อนรัก)

2006/Jul/04

กองตำรามืดฟ้ามัวดิน

ผ่านตาแล้วสิ้นไร้ข้อสงสัย

ปัญญาลุกโชติช่วงส่องแดนไกล

ดวงตาคุณธรรมหมายกอบกู้แผ่นดิน

บุ๋นบู๊ไร้ข้อกังขา

ตวัดพู่กันวาดกระเรียนฟ้าว่ายากหรือ?

วางพู่กันจับคันทวนผันผวนในมือ

กอบความรู้ทั้งขงจื๊อและซุนวู

บทจะโต้คารมปากคมปราด

เชือดเฉือนทรราชจะหวาดหวั่นก็หาไม่

บทจะโต้ศึกชายแดน จะเหมือนแม้นผู้ใด

เรียงทัพเหนือใต้พิชิตชัยในวันเดียว

เป็นนักรบฝึกหัด

เป็นปราชญ์เริ่มเรียนรู้

สามสี่ปีผ่านมาเนิ่นนานพอดู

ข้าจึ่งรู้... ความสามารถในตัวตน

หากทว่าศักดิ์ศรีนี้ยิ่งใหญ่

จะก้มหัวให้ใคร ยอมได้อย่างนั้นหรือ!?

บุญคุณน้อยนิด คิดจะให้เรานอบน้อมอย่างนั้นฤๅ

สิ่งใดเล่าที่ถือ หรือแค่อาวุโสเท่านั้นเอง?

เพียงผ่านพักพิงในยามค่ำ

และข้าจำใจทำหามีทางเลือกไม่

ตอบแทนคุณนี้ไปแล้ว ยังจะมาเรียกหาอะไร

อาจปรารถนาให้ข้านบน้อมให้... ไม่มีทาง!

อาจจริงที่ปราชญ์กล่าว

ว่าควรนบนอบเขาหากเราจำต้องน้อม

ข้ารู้ดีใช่! แต่จะให้นักรบเช่นข้ายอม

นอกเสียจากเจ้าจอมแผ่นดิน ข้าไม่ยินดี!

หากมีทางเลือกอื่น

หรือนักรบเช่นข้าจะกล้ำกลืนเป็นบุญคุณเขา

เขา ผู้ซึ่งไม่ให้เกียรติเรา

และเขา ผู้ซึ่งรอให้เราก้มหัวลงไป

ถ้าไม่เห็นแก่นายเหนือหัว

ด้วยกลัวตนจะนำความลำบากไปหา

ถ้าไม่เห็นแก่นายเจ้าชีวา

ด้วยกลัวตนจะนำพาทางอับจน

ข้านักรบผู้ทรนง

จะไม่ขอยอมลงให้คนผู้นี้

แต่เพื่อนายเหนือหัวที่เคยสั่งสอนชั่วดี

ต่อให้ชีพพลีข้าก็จะยอม

ฉะนั้น ข้าจะขอจารึกในแผ่นไม้ไผ่

ว่าจากนี้ไป ข้าจะลดเกียรติให้ สักครั้ง...

มิใช่เพราะวาจาเจ้าน่าฟัง

หากแต่ข้าห่วงผู้อยู่เบื้องหลังเท่านั้นเอง

อย่าหลงระเริงตน

ที่ข้าอดทนมิใช่เพราะเห็นใจเจ้าแน่

ที่ข้าจริงใจมิใช่เพราะเคารพเจ้าจริงแท้

ที่ข้ายอมแพ้มิใช่เพราะเจ้าชาญคน

ศักดิ์ศรียังมีในตัวข้า

แต่ศักดิ์ศรีมาหลังคำๆนี้

ผนึกในใจ เขียนไว้ว่า "จงรักภักดี"

ให้แลกทุกสิ่งที่มี ก็ยอม....ก็ยอม

กองตำราสูงเทียมฟ้า

ยุทธศาสตราสูงเทียมเขา

ศักดิ์ศรีข้าสถิตเนิ่นนานเนา

ฝากไว้ให้ขานเล่า ทั้งหมดนี้มีเพื่อเจ้านาย

2006/Jun/20

หากความรักแสวงหาง่ายดาย
เฉกเช่นหากรวดทรายบนชายหาด
เราคงไม่ต้องมานั่งวาด
หญิงในดวงใจ

จันทร์เพ้อละเมอถึงฟ้า
ข้าละเมอถึงเจ้า
จันทร์ฉงายชิดใกล้ดวงดาว
กายเจ้าเร้นอยู่ที่ใด

หัวใจมิได้ทำจากหิน
จึงแตกบิ่นง่ายดาย
เพียงคำปฏิเสธรักที่ไร้เยื่อใย
ก็บีบใจแก้วให้ลาญสลายได้คามือ

คนหนึ่งที่เฝ้าคิดถึงเช้าค่ำ
อีกคนหนึ่งที่ปฏิเสธถ้อยคำรักจากเจ้า
ใจนางลึกล้ำเกินคาดเดา
ใยเจ้ามิรักคนผู้นี้ที่เฝ้าคอย

อย่าปล่อยให้ข้าพร่ำเพ้อต่อไป ได้โปรด
อย่าลงโทษข้าเช่นนี้
สี่ห้องหัวใจที่เจ้ามี
ข้าขอเพียงหนึ่งห้องนี้ ข้าก็ดีใจ

สามห้องนั้นเจ้าจะไปให้ใครก็ได้
แต่หนึ่งห้องหัวใจที่ปันมาให้ข้านั้น
ข้าจะเก็บรักษาให้ค่ายิ่งกว่าฟ้าเก็บจันทร์
ยามข้าจากโลกไปนั้น ข้าจะกอดใจเจ้าไปด้วยกัน ในปรภูมิ