ใบสมัครคุณครูโรงเรียนลูกบาศก์

 

1. ชื่อตัวละคร

สัจธรรม  วิเวการุณ (สัจจา) 

 

2. อายุ (นับในวันที่ 1 พฤษภาคม 2551) / เพศ

27 ปี/ ชาย

 

3. วันเกิด

20 มีนาคม 

 

4. ความสูง

172 ซม.

 

5. รูปพรรณสัณฐาน

- เป็นผู้ชายรูปร่างเหมือนชายไทยทั่วไป  นั่นคือตัวค่อนข้างเล็ก ผิวขาวระดับคนไทยธรรมดา แต่ค่อนข้างดูแข็งแรง และสันทัด

- ผมยาว ปรกหน้า มัดรวบ สีดำไม่ผิดแผกจากชาวไทยธรรมดา

- ไม่ชอบปล่อยผม

- สวมแว่นกรอบสีดำ ทั้งๆที่ไม่ได้สายตาสั้น แต่ใส่เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเรียบร้อยให้กับตัวเอง (อ่านเพิ่มเติมได้ใน เรื่องอื่นๆ)

- ชอบสวมชุดสีเรียบๆ สมกับเป็นคนธรรมะธัมโม  แบบที่ชอบคือเสื้อเชิ้ตสีสุภาพแขนสั้นหรือยาว ใส่เข้าในกางเกง  คาดเข็มขัดและกางเกงสแล็กอย่างเรียบร้อย

- ชอบผูกเนคไท  ส่วนสีและลายจะแฟนซีแค่ไหนก็ได้ (แล้วแต่อารมณ์)  บางทีก็ใส่ลายการ์ตูนเพื่อแสดงความเป็นมิตรกับนักเรียน 

- ถ้าสังเกตให้ดีๆ จะพบว่าครูสัจจามีร่องรอยแผลเป็นบางๆอยู่หลังมือ และบนใบหน้าบางส่วนด้วย (อ่านเพิ่มเติมได้ในประวัติ)

- ครูสัจจาเป็นคนที่ดูคล้ายๆจะหน้าหวาน แต่ถ้ามองลึกลงไปจะเห็นว่าแววตามีความกร้าวแกร่ง และอาจจะดูแข็งจนน่ากลัวด้วยในบางกริยา

 

6. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของตัวละคร (รวมสิ่งที่ชอบและไม่ชอบตรงนี้เลย)

- ครูสัจจาเป็นคนที่พูดจาสุภาพ นุ่มๆ แม้น้ำเสียงจะไม่ได้นุ่มสักเท่าไร  และโดยธรรมชาติแล้วเป็นคนที่เสียงดัง  เวลาโกรธเสียงจะดังจนเกือบกลายเป็นตวาด  แต่ปรกติจะพยายามลดเสียงตัวเอง

- เป็นมิตร อารมณ์ดี และจะยิ้มหรือหัวเราะแบบเต็มที่เมื่อพบสิ่งที่พอใจ  ไม่มีอาการเก๊ก

- ไม่ค่อยดุกับเด็กนักเรียน  อย่างมากก็ปรามถ้าเล่นหัวมากไป แต่ไม่ได้แปลว่าข้างในไม่ได้ไม่พอใจอยู่

- มีบุคลิกบางอย่างที่เหมือนจะกดคนที่คุยด้วยลงได้ 

- อ่อนน้อม  เคารพผู้ใหญ่  มืออ่อนเท้าอ่อน ยกมือไหว้คนเสมอ โดยเฉพาะพระพุทธรูป  จะไหว้ตลอดไม่ว่าจะเจอที่ไหน

- ชอบทำบุญ และจะดีใจถ้าคนรอบข้างมาร่วมทำบุญด้วย

- เวลาอารมณ์ดีชอบลงไปเฮฮากับเด็กนักเรียนด้วยความไม่ถือตัว (เช่น ลงไปร่วมวงเตะบอล)

- ขี้สงสาร เห็นอกเห็นใจผู้อื่นสูง และชอบช่วยเหลือคนมากโดยเฉพาะคนที่เดือดร้อนจริงๆ

- เงินทองของนอกกาย  (ไม่ใช่คนเห็นแก่เงินอย่างแรง)

- แต่ลึกลงไป  ครูสัจจาเป็นคนที่ใจร้อนและเลือดเดือด  แฝงไว้ในรูปลักษณ์นิ่งๆและเรียบร้อย  เกลียดอะไรก็เกลียดจัด แค้นใครก็แค้นนาน และอาจจะถึงขั้นผรุสวาท ถ้าโกรธจนลืมตัว

- หัวแข็ง เกลียดการโดนดูถูกและท้าทาย คนภายนอกอาจจะเข้าใจว่าไม่ตอบโต้และนิ่งเฉย  แต่นั่นคืออาการข่มอารมณ์โกรธ  และถ้าฟิวส์ขาด ก็พร้อมจะมีเรื่องได้ถึงขั้นใช้กำลัง 

- มักตัดสินใจทำอะไรตามอารมณ์มากกว่าเหตุผล 

- แต่ก็มีศรัทธาและยึดมั่นในพระพุทธศาสนามาก และแยกแยะดีชั่วเป็น

- เวลาว่างจะปฏิบัติธรรมด้วยการเดินจงกรม  ไม่ค่อยนั่งสมาธิ

- ไม่ดูหมอ ไม่เชื่อเรื่องโหราศาสตร์  ไม่ใส่เครื่องราง ของขลัง หรือพระเครื่องใดๆ ยึดหลักพระพุทธเจ้าอย่างเดียว 

- สรุปว่าครูสัจจาเป็นปุถุชนที่รักในพุทธศาสนา  มีความ balance ระหว่างโลกกับธรรม  ดูทีวี อ่านการ์ตูน ดูบอล ขณะเดียวกันก็อ่านหนังสือธรรมะ เข้าวัด และสอนพระพุทธศาสนาด้วย

อาจจะไม่เพอร์เฟ็ค เป็นพ่อพระแบบที่ทุกคนคิด แต่เขาก็ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธองค์มากทีเดียว

 

7. ความสามารถพิเศษ

เตะบอลเก่งมาก  สมัยเรียนมัธยมและมหาลัยเป็นนักบอลในงานกีฬาสี  ปัจจุบันก็ยังชอบลงไปเล่นกับเด็กนักเรียน หลังเลิกงานสอนแล้ว

 

8. ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป

สัจธรรม เดิมไม่ได้ชื่อสัจธรรม (แต่ขออนุญาตไม่ระบุ เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับตัวละครครับ)  เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวชนชั้นกลาง  ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจวบจนมหาวิทยาลัย เขาจัดเป็นนักเลงคนหนึ่งที่ชอบมีเรื่องกับคนอื่น  ชอบชกต่อย กินเหล้า (แต่ไม่เมายา)  จนเป็นที่เกรงขามในถิ่น  แม้เขาจะหัวดีพอที่จะเรียนผ่านได้มาตลอด แต่ก็ทำให้พ่อและแม่เสียใจอย่างมาก  สัจธรรมแม้จะกตัญญูต่อพ่อแม่ในระดับหนึ่ง แต่เรื่องให้เลิกชกต่อยละก็เขาไม่ยอมเลิกแน่  เพราะเขาภูมิใจในความเท่ของตนเอง

ปีสุดท้ายของการเรียนมหาวิทยาลัย เขาเกิดไปมีเรื่องชกต่อยเพื่อนร่วมสถาบันเข้า ด้วยเรื่องขัดแย้งเพียงเล็กน้อยแต่ทำให้เพื่อนเลือดตกยางออกอาการสาหัส  เขาถูกสั่งพักการเรียน ก่อนจบการศึกษาเพียงแค่ไม่กี่สิบวัน  ทำให้พ่อแม่เขาเสียใจเป็นอย่างมาก  น้ำตาของพ่อแม่ทำให้เขาถึงกับร้องไห้  อาจารย์สอนพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัยเห็นแก่ความดีที่ยังมีอยู่ในจิตใจ จึงช่วยแนะนำ และสั่งสอนให้เขารู้ถึงหลักธรรมและสิ่งที่ถูกต้อง  เป็นเหตุให้เขาละทิ้งวิถีชีวิตเลวๆทั้งหมด และหันหน้าเข้าสู่พระพุทธศาสนา  เขาเรียนปริญญาตรีพระพุทธศาสนาอีกใบจากมหาลัยสงฆ์  และตั้งใจว่าจะสั่งสอนเด็กๆ ผ่านพระธรรม ใช้ตัวเองเป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้ใครซ้ำรอยอีก

 

9. วิชาที่จะสอน

พระพุทธศาสนา

 

10. แนวทางในการทำงานของคุณ

ใช้ความสมดุลระหว่างโลกกับธรรม คือจะใช้สื่อรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการทัศนศึกษา การปฏิธรรม การดูวัด พระพุทธรูป เล่าเรื่องจากประสบการณ์ต่างๆ ฯลฯ  แล้วโยงเข้ากับหลักธรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กนักเรียนเข้าใจง่าย ไม่เบื่อวิชาพระพุทธฯ   บางทีอาจมียกตัวอย่างจากคู่เตะบอลลีกเมื่อคืน เกม Final Fantasy ข่าวการเมือง ดารา ฯลฯ มาประกอบด้วยก็ได้ (ทันสมัย )

 

11. อื่นๆที่อยากเล่าแต่ไม่มีในหัวข้อ

- สาเหตุที่ใส่แว่นทั้งๆที่สายตาไม่ได้สั้น เพราะต้องการให้ตนเองดูภูมิฐาน เรียบร้อย และเป็นการลบภาพตัวเองในอดีตไปในตัวด้วย

- แขวนกระดิ่งทองเหลืองที่มีใบโพธิ์กรุงกริ๊งไว้ที่กระเป๋า  เขาบอกว่าเสียงกระดิ่งทำให้นึกถึงวัด และทำให้เขาใจเย็นลง

- ครูสัจจายังไม่สนใจผู้หญิงสักเท่าไร เพราะอยากดูแลพ่อแม่มากกว่า 

- ทำบุญตักบาตรตอนเช้าทุกวัน  วันพระจะเห็นครูสัจจาไปตลาดซื้อพวงมาลัยมาไหว้พระพุทธรูปที่โรงเรียนด้วย

- แต่อะไรที่ห้าวๆ ครูทำเป็นหมดแหละ ไม่ว่าจะก๊งเหล้า แทงสนุ้ก หรือชกคนอื่น  อยู่ที่ว่าจะเลือกทำหรือไม่เท่านั้นเอง

- เก่งภาษาบาลี  สวดมนตร์เป็นเกือบทุกบท  ที่สำคัญ...ครูมองเห็นผีได้ด้วยนะ (คริคริ)

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เรื่องราวเยี่ยมชมห้องพักครู

 

มิ้ง...มิ้ง

 

เสียงของกระดิ่งทองเหลืองอันน้อยๆที่ห้อยอยู่กับซิปกระเป๋าสะพายข้างสีดำส่งเสียงร้องเบาๆ เมื่อเจ้าของที่กำลังเดินหยุดกึกลงที่หน้าประตูโรงเรียน  ผู้ชายหนุ่มใส่แว่น ผิวสีแทนอ่อนๆ ยืนมองไปรอบๆสนามฟุตบอลโรงเรียน ซึ่งเจิดจ้ามีชีวิตชีวาด้วยเสียงหัวเราะของนักเรียนช่วงพักเที่ยง และแสงแดดสีทอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ และยกสองมือประนมกลางอก

 

สัจธรรม วิเวการุณ อธิษฐานจิตปลดเปลื้องความกังวล และขอฝากเนื้อฝากตัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้เป็นครูในโรงเรียนแห่งนี้  ที่ๆเขาจะได้สอนวิชาพระพุทธศาสนาให้แก่นักเรียน

 

"โยม"

 

เสียงนุ่มนวลของพระสงฆ์ดังขึ้นไม่ไกลจากสัจธรรม  ร่างที่ห่มจีวรสีเหลืองปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงแดดเที่ยงวัน

ชายหนุ่มผมยาวค่อยๆหันมา และเมื่อพบว่าผู้ที่ทักเขานั้นเป็นพระ เขาก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

 

"พระคุณเจ้า"

"เจริญพรเถอะโยม" พระสงฆ์รับไหว้ด้วยรอยยิ้มจางๆ "โยมคงจะเป็นครูคนใหม่  เป็นอย่างไรบ้าง เดินทางมาเหน็ดเหนื่อยไหม?"

"ไม่เลยครับพระคุณเจ้า  ผมนั่งรถเพลินกับบรรยากาศเสียด้วยซ้ำ" ชายหนุ่มผมยาวบอก 

"แล้วโยมไปเยี่ยมห้องพักครูหรือยังล่ะ?"

"ยังเลยครับ  กระผมกำลังมองหาอยู่" คุณครูหนุ่มผมยาวสัจธรรมบ่ายตามองไปรอบๆบริเวณ  เขาเห็นอาคารเรียนตั้งอยู่ปลายสุดของสนามฟุตบอล  แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่า ห้องที่ติดบอร์ดสีสันน่ารักนั้นคือห้องเรียนหรือห้องพักครู

"งั้นอาตมานำทางให้  พอดี ผอ.ท่านถวายเพลแล้วอาตมาก็เลยไม่รีบเท่าไร  ทางนี้โยม" พระอาจารย์ออกเดินนำไปก่อน  ท่านหันมากล่าวคำขอบใจเมื่อสัจธรรมปราดเข้ามาช่วยถือย่าม  แล้วสองครูพระพุทธศาสนาก็พากันเดินลัดเลาะไปใต้ร่มไม้โรงเรียน 

 

"โยมมาสอนวิชาพระพุทธศาสนาใช่ไหม?" พระอาจารย์ชวนคุยอย่างเอ็นดู

"ครับพระคุณเจ้า" สัจธรรมตอบสั้นๆ แต่ก็สุภาพ 

 

"พระคุณเจ้ามารับบิณฑบาตหรือครับ?"

"อ้อ ไม่หรอก  ปรกติอาตมาสอนอยู่ที่นี่  พอดีวันนี้เห็น ผอ.ท่านเล่าให้ฟังตอนถวายเพลว่าเดี๋ยวจะมีคุณครูใหม่มา  อาตมาเลยอยู่รออีกสักหน่อย  เพราะอยากรู้ว่าคนที่ผอ.เลือกมาสอนพระพุทธศาสนาเนี่ย หน้าตายังไง"

"ผอ.ท่านไม่ได้บอกผมว่ามีพระคุณเจ้าสอนอยู่แล้ว  ไม่อย่างนั้นผมจะได้ไปสมัครที่อื่นครับ"

 

เสียงสายลมแว่วผ่าน  ใบหูกวางร่วงหล่นผ่านพระอาจารย์และสัจธรรม

 

"ทำไมโยมคิดแบบนั้นล่ะ" พระอาจารย์ถามเขา "ที่โยมคิดน่ะผิดแล้วนะ  โยมอาจจะคิดว่าพระอย่างอาตมาสอนพระพุทธศานาได้ดีกว่า  แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่...  บางที ฆราวาสด้วยกันจะเข้าใจฆราวาสด้วยกันดีกว่าพระ  และเรื่องบางเรื่องพระก็สอนไม่ได้ เพราะมันเป็นอาบัติ" ใบหน้าที่เปี่ยมด้วยเมตตาหันมาสบตาชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้างๆ "อาตมาไม่รู้หรอกนะว่าโยมเคยทำอะไรมาก่อน แต่เจตนาของโยมนั้นบริสุทธิ์แล้ว  อย่าเอาอดีตมาทำให้ตัวเองหมดโอกาสทำดีเลย"

 

ครูสัจจาถึงกับนิ่งอึ้ง  เขายังไม่ได้พูดอะไรให้พระอาจารย์ฟังเลยสักคำเกี่ยวกับอดีต และไม่เคยบอกเรื่องนี้กับคนอื่นกระทั่ง ผอ.ด้วยในตอนสมัคร  แต่ทำไมพระอาจารย์ถึงพูดราวกับรู้ว่าเขาเคยเป็นและผ่านอะไรมาก่อน  แต่ไม่ทันที่เขาจะถามอะไรต่อ  ทั้งสองก็มาถึงหน้าห้องพักครูแล้ว

 

"อาตมาส่งแค่นี้นะโยม"

"ขอบพระคุณครับ พระคุณเจ้า"สัจธรรมยกมือไหว้อีกครั้ง และส่งย่ามคืน  พระอาจารย์พยักหน้ารับเบาๆ

"เจริญพร..."

ชายผ้าเหลืองค่อยๆหายลับไป  สัจธรรมรู้สึกเลื่อมใสในพระรูปนี้ขึ้นมาอย่างมาก  แต่เขาก็เก็บเรื่องคิดมากพวกนี้ไว้ แล้วก้าวเข้าไปในห้องพักครู

 

 

แม้ความร้อนระอุจะวนเวียนอยู่ในไอแดดของเที่ยงวัน แต่บรรยากาศของความสบาย และปล่อยวาง ก็เป็นสิ่งที่รู้สึกได้ทันทีที่สัจจาก้าวเข้ามาในห้อง  ผ้าม่านริมหน้าต่าง โต๊ะในห้องพักครูจำนวนมาก กองเอกสาร อุปกรณ์การสอน ทั้งหมดถูกจัดวางอย่างเป็นสัดเป็นส่วน  แม้บางโต๊ะจะไม่ค่อยเป็นระเบียบ แต่ก็ไม่เรียกว่ารกจนเกินไป  สัจจามองไปรอบๆห้องที่ไม่มีใคร  จริงสินะ นี่เป็นเวลาพักกลางวัน  ครูๆส่วนใหญ่อาจจะออกไปทานข้าวกลางวันก็ได้ 

 

ไม่เป็นไร ยังไงก็เตรียมการสอนก่อนก็ไม่เลว...สัจธรรมคิด แต่ไม่ทันที่จะขยับ  เสียงกุกกักๆก็ดังขึ้นในห้อง   ครูผู้หญิงผมยาวตาใสแป๋วโผล่หน้ามาจากกองเอกสารที่อยู่มุมสุด  และสวัสดีเขาด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วทันทีที่เห็น

"สวัสดีค่ะ ครูใหม่ ทานข้าวกลางวันมารึยังคะ?" ครูสาวทักสัจจาอย่างร่าเริง  เธอเป็นสาวหน้าใส ตากลม มัดผมรวบตึง สวมเสื้อเชิ้ตผู้หญิงแขนยาวดูเรียบร้อยและน่ารัก  เล่นเอาสัจธรรมอมยิ้มตั้งแต่หน้าประตู

"สวัสดีครับ ผมสัจธรรมครับ" เขายกมือไหว้อย่างเดียวกับที่ไหว้พระอาจารย์  ครูสาวรีบรับไหว้ ฉีกยิ้มกว้างให้เขาพร้อมแนะนำตัว "ดิฉันกฤตค่ะ เรียกครูกฤตก็ได้นะคะ  สอนวิชาคหกรรมค่ะ"

 

เสียงพูดคุยกันดังแว่วมาจากด้านหลัง ก่อนจะตามมาการปรากฏตัวของผู้มาถึง(เพิ่ม) 3 คน  สัจธรรมหลบไปข้างๆตู้หนังสือ  คนที่ถลาเข้ามาจึงไม่ทันสังเกตเห็น  ทั้ง 3 เข้ามาในสภาพที่เหน็ดเหนื่อยราวกับไปรบที่ชายแดน  สองในสามเป็นครูผู้ชาย หนึ่งหน้ามนผิวขาวตาใส อีกหนึ่งหน้านิ่งผมยุ่งฟูสีดำ เหงื่อแตกโชก และครูผู้หญิงมัดผมใส่แว่น ท่าทางหงิมๆอายๆ กำลังยกแขนเสื้อปาดเหงื่อเบาๆ

 

"เรานี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยนะ  ห่อถุงพลาสติกกลับมากินหน้าตาเฉย ไม่ร่วมมือกันลดโลกร้อนเลย" ครูผู้ชายหน้าใส ผิวขาว บ่นอุบอิบขณะวางถุงกับข้าวลงบนโต๊ะกลาง 

 

"ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา ครูปราบ  มันไม่มีที่นั่ง  ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากทานใส่จานเหมือนกัน" ครูผู้ชายหน้านิ่งตอบขณะที่เริ่มขยับเข้ามา 

 

"แหม เด็กกำลังกินกำลังนอนนี่คะ คุณครู" ครูผู้หญิงคนสุดท้ายเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี "เอ๊ะ นั่น ครูคนใหม่นี่คะ  มาเมื่อไรกันคะเนี่ย ครูกฤต"

 

"เพิ่งมาเมื่อกี้นี้เองค่ะ  ครูสัจจาคะ นี่ครูพัด ครูเอม แล้วก็ครูปราบค่ะ" ครูกฤตแห่งวิชาคหกรรมรีบผายมือแนะนำตัวคุณครูประจำทั้ง 3 "คุณครูเอมสอนวิชาภาษาสเปน คุณครูปราบก็วิชาญี่ปุ่น ส่วนครูพัดนี่สอนวิชาชีวะค่ะ"

 

"สัจธรรม วิเวการุณครับ เรียกสัจจาก็ได้  สอนวิชาพระพุทธศาสนา" สัจธรรมไหว้ครูทั้ง 3 ที่ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

 

"ว้าว สมแล้วที่เป็นครูสอนพระพุทธศาสนา  ไหว้เรายังกับไหว้พระแน่ะ" ครูปราบแซวน้องใหม่  ครูพัดหันมายิ้มบางๆ หน้านิ่ง แต่แววตาคมกริบ

"อย่าทำเป็นแซวไป ครูปราบ  ถ้าครูทำข้อสอบส่งไม่ทันล่ะก็  ระวังจะโดนครูสัจจาสวดภาณยักษ์เป็นการตักเตือน  ข้อหาไม่รักษาสัจจะ"เขาหันหน้ามาหาสัจธรรม "จริงไหมครับ คุณครู"

"ถึงขนาดนั้นบังสุกุลผมไปเลยดีกว่า ครูพัด" ครูปราบตอบ พาให้สัจธรรมหัวเราะไปด้วย  

"ช่วงนี้เร่งทำข้อสอบกันอยู่เหรอครับ?" สัจธรรมถามกลับ น้ำเสียงสุภาพ

"ใช่ค่ะ ช่วงนี้เรากำลังเร่งทำข้อสอบไฟนอล" ครูกฤตหันมายิ้ม และเดินมาสมทบที่โต๊ะพร้อมกับขนมและกับข้าว "มาเถอะค่ะ ทานข้าวกัน  บ่ายนี้กฤตมีสอนด้วยนะคะ  จะต้องเข้าก่อนเวลาเพราะจะรีบสอนให้จบบทด้วย  ครูสัจจาก็มานั่งทานด้วยกันนะ  ไม่ต้องเกรงใจ  เราคนกันเองทั้งนั้นเลย" เธอพูดแล้วจัดแจงแกะขนมถ้วยฟูฝีมือตัวเองลงในจาน  ส่วนครูพัดเลื่อนเก้าอี้อีกตัวมาให้สัจธรรม

 

"อิตะดาคิมัส  ทานละนะคร้าบ" ครูปราบว่าจบก็เอื้อมมือไปตักกับข้าวทันที "หิวจะตายอยู่แล้ว" 

"ครูสัจจาดูเป็นคนธรรมะธัมโมดีนะคะ  เคยบวชเรียนมาก่อนหรือเปล่าคะเนี่ย?" ครูเอมถาม เมื่อวงโต๊ะอาหารเริ่มดำเนินไปได้พักหนึ่ง

"เคยบวชภาคฤดูร้อน แต่ไม่ได้บวชเรียนครับ ครูเอม" คำตอบของครูสัจจาทำให้ทุกคนหันมามอง

"อ่าว ผมนึกว่าครูบวชเรียนมาซะอีก  ดูท่าทางครูเหมือนคนที่เคยบวชมาแล้วหลายปีเลย" แล้วครูพัดยักคิ้วด้วยความสงสัย  แต่แล้วก็หันไปทางครูปราบ "แล้วครูปราบล่ะเคยบวชรึเปล่า"

"แหม ถามผิดคนแล้วมั้งคะ ครูพัด"ครูกฤตหัวเราะคิก "ดูครูทำหน้าเข้าสิคะ  เวลาเข้าโหมดโหดนี่  ขนาดนักเรียนยังสะอึก ถ้าเป็นพระญาติโยมไม่หนีหมดศาลาเลยหรือคะ" ครูกฤตหัวเราะอย่างร่าเริง  ทำเอาครูปราบที่กำลังเคี้ยวข้าวเต็มปากตอบโต้ไม่ทัน

 

สัจธรรมรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด  ความรู้สึกที่เหมือนสายลมเย็นใต้ต้นไม้พัดผ่านเข้ามาในจิตใจเขา  เพียงเวลาไม่กี่สิบนาทีที่เขาได้รู้จักกับครูของที่นี่ เขากลับรู้สึกเหมือนเคยนั่งคุยและทานข้าวร่วมกันกับทุกคนมาแล้วหลายครั้ง

 

"ครูพัดเองเห็นนิ่งๆก็ไม่ใช่ย่อยนะคะครูสัจจา" ครูกฤตเผาต่อ "เห็นนิ่งๆแบบนี้ ดัชนีปาชอล์คของครูนี่  พิฆาตนักเรียนหลังห้องมานักต่อนักแล้วค่ะ"

"ผมก็ไม่ได้ปาใส่ใครสุ่มสี่สุ่มห้านะ" ครูพัดพยายามแก้ตัวเลี่ยงๆ "ออ แล้ว...ครูสัจจาจะเริ่มสอนเมื่อไรเหรอครับ"

"น่าจะเป็นคาบกิจกรรมบ่ายวันนี้ครับครู" เขามองนาฬิกาที่อยู่บนฝาผนัง แล้วย้อนกลับมาถอนหายใจ "สอนเด็กแบบนี้  คงต้องขอสวดมนตร์ก่อนสักหลายๆรอบ"

"ครูตื่นเต้นมากเลยเหรอคะ?" ครูเอมถาม  แววตาที่อยู่หลังแว่นกลมฉายแววเป็นห่วงอย่างยิ่ง "ไม่เป็นไรนะคะ ครูสัจจา ดิฉันเอาใจช่วยค่ะ"

"อ้อ ไม่หรอกครับครูเอม  ผมขอบคุณมาก" สัจธรรมหัวเราะเบาๆอย่างที่ไม่มีใครทราบ

 

"ผมสวดแผ่เมตตาให้พวกเด็กๆที่จะต้องเจอคุณครูพระพุทธศาสนาอย่างผมต่างหากครับ"

 

ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างมีเลศนัย  ทิ้งปริศนาไว้ให้เหล่าคุณครูทั้ง 4 ต้องหันมามองหน้ากัน

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

เรื่องราวทดลองสอนคาบกิจกรรม

 

กริ่งเข้าคาบกิจกรรมดังขึ้นแล้ว  นักเรียนที่ต่างกำลังวิ่งไปวิ่งมาช่วงพักเบรคสั้นๆที่หน้าห้องต่างทยอยกันกลับเข้าชั้นเรียน

 

ในห้องชั้น ม.4/1 นักเรียน 48 คนต่างนั่งประจำที่ตนเอง พร้อมที่จะรับการมาถึงของคุณครูคนใหม่ เสียงพูดคุยกันดังเซ็งแซ่ไปทั่วห้อง  ด้วยพวกเขารู้ดีว่า อาจารย์ใหม่ที่จะมานี้สอนวิชาอะไร

 

"มันก็โออยู่หรอกนะที่ได้คนธรรมดามาสอนแทนพระ  แต่ทำไมต้องเป็นพระพุทธศาสนาด้วยหว่า ไม่เข้าใจ" หนุ่มคิ้วหนาตาปรือ ฟาน เอามือเท้าคางพลางเปรยเนือยๆกับเพื่อน

 

"ทำไมอ่ะ พระอาจารย์สอนไม่ดีเหรอ" ระ เด็กสาวผมยาวหน้าตาน่ารักที่นั่งข้างๆ ถามอย่างไม่เข้าใจ

"ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอกนะ แต่เราหวังว่าน่าจะได้คุณครูใหม่มาสอนวิชาอื่นมากกว่า" เขายืดตัวขึ้น "ครูใหม่ส่วนใหญ่น่ะสอนดีออก  น่าจะสอนวิชาใหญ่ๆ น่าจะเข้ากันมากกว่านะเราว่า"

"นี่ถ้าเป็นครูหัวล้านนุ่งขาวห่มขาวละตายเลย" บูมที่อยู่โต๊ะถัดไปเองแอบแซวขึ้นมา

"ใส่ลูกประคำด้วยหรือเปล่านะ" กีกี้บ่นเหมือนจะคิดจริงจัง  ทำให้โคลเวอร์ต้องปรามขึ้นมา "นี่ คุณครูนะ ไม่ใช่เจ้าพ่อร่างทรง" แต่เธอก็ยังคงอารมณ์ดี

 

เสียงวิพากษ์วิจารณ์และคาดเดายังคงดังต่อไปเรื่อยๆและเรื่อยๆ  บางคนก็นั่งเปิดหนังสืออ่านรอไปพลางๆ บ้างก็เล่นวาดรูปเล่นรออยู่  เสียงที่ค่อนข้างดังทำให้นักเรียนหลังห้องไม่รู้ตัว ว่ามีเสียงรองเท้าหนังกระทบกับพื้นห้องแว่วมา  ฟ้าที่กำลังขมักเขม้นกับการวาดรูปเล่นรอ จึงไม่รู้ตัวว่าจู่ๆก็มีใบหน้าที่สูงกว่ายื่นมามองจากด้านหลัง  แต่ภูมิกับคนอื่นใกล้ๆมองเห็นแล้ว  ภูมิพยายามเอามือสะกิดเพื่อน แต่ดูเหมือนฟ้าจะกำลังได้อารมณ์

 

"สมาธิสูงดีนะ  ถ้าครูเป็นงูนี่คงกัดเธอตายไปแล้ว" เสียงครูสัจจาดังขึ้น  ทำให้ฟ้าสะดุ้งตัวขึ้นเล็กน้อย  เธอรีบปิดสมุดวาดเล่น แล้วหันมายิ้มแปลกๆ  สัจจาไม่ว่าอะไรนอกจากยิ้มตอบ ก่อนจะเดินลัดมาทางโต๊ะแถวติดหน้าต่าง  ท่ามกลางสายตาของนักเรียน ม.4/1 ทุกคนที่มองคุณครูใหม่ไล่ตั้งแต่ประตูจนมาจบที่โต๊ะหน้ากระดาน  ส่วนใหญ่จะอึ้ง ที่ไม่คาดคิดว่าคุณครูคนใหม่ที่มาสอนพระพุทธศาสนาจะเป็นชายหนุ่มผมยาว ใส่แว่น มาดติสต์หน่อยๆ มากกว่าจะเป็นร่างทรงลูกประคำอย่างที่นินทากัน  แพ็ทแอบอุทานเสียง "wow!" ในความหล่อของคุณครู

 

"แน่ใจนะว่าครูไม่ได้มาสอนวิชาคณิตศาสตร์" สตาร์หันไปกระซิบกับเพื่อนข้างๆ  ภัทรกระซิบตอบกลับมา

"เฮ่ ลืมแล้วเหรอว่าครูคณิตศาสตร์โรงเรียนเราน่ะเป็นยังไง" 

 

เสียงในห้องเงียบลงสนิท เมื่อคุณครูคนใหม่หยุดยืนที่โต๊ะหน้ากระดาน

"สวัสดี นักเรียน"

"สวัสดีครับ/ค่ะ คุณครู" นักเรียนทุกคนพร้อมใจกันสวัสดีครูใหม่อย่างพร้อมเพรียง  สัจธรรมยิ้มเล็กๆ  หันไปหยิบชอล์คมาเขียนชื่อบนกระดานดำ

 

สจฺจธมฺ วิเวการุณฺ

 

"หา" เสียงนักเรียนอุทานกันครึ่งห้อง "สด- เอ๊ย สัจ-จอ  สัจจา - สัจธรรม วิเวการุณ!"

"สัจธรรม วิเวการุณ  มาสอนพุทธศาสนาแทนพระอาจารย์จากนี้ไป  จำหน้าเอาไว้ล่ะ เรายังต้องเจอกันไปอีกนาน" สัจธรรมว่า"เรียกผมสัจจาก็ได้"

"เวรกรรม กว่าจะอ่านออก  แล้วทำไมไม่เขียนชื่อดีๆหน่อยล่ะครับครู" ต้นน้ำที่นั่งอยู่กลางห้องโพล่งขึ้นมา

"อ่าว ก็ผมครูพุทธฯนะ ไม่ใช่ครูภาษาไทย" สัจธรรมว่า  เขาทำท่าเหมือนจะหยิบใบเช็คชื่อขึ้นมาเช็ค แต่แล้วก็ลังเล ขมวดคิ้ว แล้วจู่ๆก็มองออกไปข้างนอกหน้าต่าง "อากาศดี๊ดีนะ  ข้างนอกน่ะ  ไม่เบื่อรึไงเอาแต่นั่งอยู่แต่ในห้อง"

"อ่าว ไม่นั่งในห้องแล้วจะให้ไปนั่งไหนล่ะครับ" เด็กหนุ่มแว่น ธีร์ แซวแบบเล่นๆ  "นั่งบนตักครูได้ไหมคะ" เสียงแพท สาวน้อยผมพังค์ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคัก  ตามมาด้วยเสียงเป่าปากเล็กน้อยของเพื่อนๆ

 

สัจธรรมละสายตาจากนอกหน้าต่างกลับมาสบตากับแพท  สาวน้อยแลบลิ้นแบบเซี้ยวๆ  ครูสัจจามองแพทนานมาก จนกิ๊ฟที่นั่งหลังแพทชะโงกมากระซิบ

 

"ฉันว่าครูโกรธเธอแน่เลยอ่ะ"

 

แต่...

 

"เป็นความคิดที่ดีนะแพท" ครูสัจจาดีดนิ้วเปาะ "มา เราออกไปนั่งข้างนอกกันดีกว่า  ผมเห็นสระน้ำอยู่ตรงนั้น ท่าทางร่มรื่นใช้ได้  เอา ทุกคนเก็บหนังสือพระพุทธศาสนาแล้วตามผมมา  เอาของมีค่าติดตัวไปด้วย" พูดไม่พูดเปล่า ครูสัจจาจัดการเก็บแฟ้มการสอนและใบรายชื่อแล้วผลักมันไปไว้มุมโต๊ะอย่างรวดเร็ว   ขณะนั้นนักเรียน ม.4/1 กว่าครึ่งห้องก็กำลังนั่งอ้าปากค้าง  ต่างพากันงงว่าครูพูดเล่นหรือพูดจริงกันแน่  ส่วนบางคนก็ออกอาการดีใจ และรีบเก็บหนังสือลงกระเป๋า

"เดี๋ยว เดี๋ยวครูคะ  คุณครูสัจจา  แล้วเราไม่เรียนกันเหรอคะ" ไอรินถามเสียงแจ้วมาจากริมหน้าต่าง ท่ามกลางเสียงที่เริ่มเอะอะในห้อง

"เรียนสิ  ผมจะให้ทุกคนเรียนอย่างหนำใจเลย  แต่ไม่ใช่ในห้องนี้และวันที่ร้อนๆแบบนี้" ครูสัจจาว่า "นี่ หนูแว่น มานี่หน่อยซิ"

"หา? หนูเหรอคะ?" นิค สาวน้อยผมสั้นหน้าตาแอ๊บแบ๊วหันหน้าเลิ่กลั่กเหมือนไม่เชื่อว่าถูกครูเรียก

"ใช่ หนูนั่นแหละ  ใกล้ไม้ใกล้มือดี  ช่วยหิ้วกระเป๋าตามผมไปหน่อย  ห้ามทำตกนะ ในนั้นมีกระดูกพระพุทธเจ้าอยู่ด้วย"

"อ๊า!" นิคตกใจจนเกือบจะปล่อยกระเป๋าทิ้ง  "ม...ม...มีกระดูกพระพุทธเจ้าอยู่ด้วยเหรอคะ!!!"

"จะบ้าเหรอ แว่นน้อย ใครจะพกพระบรมสารีริกธาตุเดินไปเดินมาทั้งวัน  ไว้ถ้าอยากเห็นของจริงค่อยแวะไปบ้านผมละกันนะ"

"แหะๆ นึกว่าจะได้ถือกระเป๋าเทวดาซะแล้ว" นิคปาดเหงื่ออย่างโล่งใจ และยิ้มเจื่อนๆให้พลอยกับไอรินที่เดินมาข้างเธอ

.


.
 

 

สายแดดยามบ่าย ใต้ร่มไม้ริมสระน้ำหลังอาคารนักเรียนมัธยม  ลมอุ่นๆพัดโบก พาใบไม้ร่วงหล่นลงบนหญ้า  ไกลออกไปสปริงเกิ้ลกำลังพ่นละอองน้ำ  เห็นสายรุ้งทอประกายขึ้นอยู่แว่บหนึ่ง  เด็กนักเรียนชั้น ม.4/1 ต่างพากันเดินตามครูพระพุทธศาสนาคนใหม่ด้วยใจร่าเริง  ทุกคนดูเฮฮาเป็นพิเศษที่ได้ออกมาเรียนนอกสถานที่  บางคนหยอกและแซวกันเบาๆ บางคนก็ดูจะตั้งอกตั้งใจเป็นพิเศษที่จะรอดูว่าครูสัจจาจะสอนอะไร  แม้แต่แพทก็ยังดูกระตือรือล้นผิดหูผิดตา

 

"เอาล่ะทุกคน มาใกล้ๆกันหน่อย ผมไม่อยากตะโกน" ครูสัจจาต้อนนักเรียนมารวมกัน "ใครจะตอบอะไรให้บอกชื่อตัวเองก่อนด้วย ตกลงไหม  เอาล่ะไหนใครตอบได้บ้างว่าธรรมะคืออะไร?"

"หนูค่ะ!! เอ่อ เอ๊ย ชื่อภัสษประภาค่ะ ชื่อเล่นขนุน  ธรรมะคือหน้าที่ค่ะ!" สาวน้อยแว่นส้ม ผูกเปียชี้ฟู ดวงตาใสแป๋ว รีบยกมือตอบเป็นคนแรก

"ตอบเหมือนกับกางหนังสือเลยนะ  แล้วรู้เรื่องรึเปล่าล่ะนั่น ว่าทำไมพระพุทธศาสนาถึงเกี่ยวข้องกับธรรมะเป็นหลัก"

"เพราะคนเราต้องทำหน้าที่ เหมือนที่พระมีหน้าที่เผยแแผ่พระธรรมค่ะ" สาวน้อยผมหางม้าอย่างฟาร์มก็ไม่น้อยหน้าเพื่อน "แล้วก็ หนูชื่อปิยธิดาค่ะ ชื่อเล่นฟาร์มค่ะครู"

"ฟาร์ม แล้วฟาร์มคิดว่าฟาร์มทำหน้าที่อะไรที่มันดูจะ... 'ทำม๊ะ~ ธรรมะ' บ้างรึเปล่า?" ครูสัจจาท้า และยิ้มจนเห็นฟันเมื่อฟาร์มหัวเราะเหะๆอย่างจนมุม  "นึกไม่ออกสินะแน่ล่ะ เอาใหม่ ทุกคนลองหลับตานะ แล้วทำตามที่ผมว่า  สูดลมหายใจเข้าทางจมูกลึกๆ"

 

เสียงสูดลมหายใจเข้าปอดของนักเรียนดังขึ้นพร้อมกัน

 

"แล้วเป่าลมออกทางปาก เบาๆ ค่อยๆเป่า  ค่อยๆเป่าหนุ่มน้อย  ไม่ต้องตั้งใจมาก" ครูสัจจาบอกต้นไม้ แล้วนิ่งฟังเสียงปฏิบัติ "ทำซ้ำสามครั้ง  แล้วนิ่ง  รู้สึกถึงอะไรไหม"

 

........

แสงแดดส่องระยิบระยับ แต่พวกเด็กๆไม่ได้เห็น

 

"ได้ยิน ได้เห็น ได้รู้สึกอะไรบ้าง  บอกผมมา ไม่ต้องกลัว บอกมาตรงๆ"

"ได้ยินเสียงนกร้องค่ะ" พู่กันตอบ 

"ได้กลิ่นเหมือนหญ้าด้วย" สรว่า

"ได้ยินเสียงครูซันแว่วมาด้วย" ธูปบอก

"แล้วอะไรอีก" ครูสัจจาถาม "ค่อยๆรู้สึก  ไม่ต้องกลัวว่าจะรีบไปไหน  เรามีเวลาอีกทั้งชั่วโมง  รู้สึกอะไรว่ามาตามตรง ไม่ต้องไปคิด"

"ร้อน หงุดหงิด" วินด์บอก ยกมือเกาหลังคอแกรกๆ

 

........

"ลมพัดมาแล้ว...." ต้นไม้เอ่ยขึ้นมาลอยๆ

.......

 

เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ  ครูสัจจามองนาฬิกา แล้วกลับมานิ่งดูเด็กนักเรียนอีกครั้ง... จนเมื่อเวลาล่วงเลยไป นักเรียนบางคนก็เริ่มขยุกขยิกแล้ว

 

"ครูขา what do you want คะครู" แพทขยับตัวไปมามากกว่าเพื่อน แต่เธอก็ยังหลับตาไว้ "หนูเริ่มอึดอัดหงุดหงิดแล้วนะคะ"

"โอเคงั้นพอ ทุกคนลืมตา  ค่อยๆลืมนะ อย่ารีบ" ครูสัจจาบอก  พอทุกคนลืมตาหมดห้อง  ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจดังเฮือกจากนักเรียนทุกคน

 

"เป็นไงบ้าง รู้สึกดีไหม?" ครูสัจจายิ้มเล็กๆ "สิ่งที่พวกเธอรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นเสียงนกร้อง กลิ่นหญ้า เสียงครู หรือลมที่พัดมา  ทั้งหมดนี้แหละคือธรรมะ  ธรรมะ ก็คือธรรมชาติ  วิชาพระพุทธศาสนาคือวิชาที่ศึกษาธรรมชาติของทุกสิ่งทุกอย่าง  อย่างที่ครูพาพวกเธอศึกษามาเมื่อกี้ไงล่ะ" สัจธรรมหัวเราะ "หมอพรทิพย์ เธอชื่ออะไรนะ"

 

"ว้าย หมอพรทิพย์  you are so meannnn!  แพทริเซียค่ะ nice to meet you คุณครู" แพทจับกระโปรงกางออกแล้วย่อตัว ทำเป็นล้อเลียนคู่เต้นรำ

 

"แพทริเซียเหรอ จริงๆเรียกหมอพรทิพย์ผมจำง่ายกว่า  แพท เมื่อกี้เธอบอกว่าเธอรู้สึกหงุดหงิดใช่ไหม"

 

"yes" แพทตอบอย่างมั่นใจ "แต่ช่วงแรกๆโออยู่นะคะ  รู้สึกสบายใจดี"

 

"เห็นไหมว่าถ้าจะอยู่กับพระพุทธศาสนา  ไม่จำเป็นต้องไปนั่งเรียนในห้อง แล้วก็อ่านแต่หลักธรรมทั้งๆที่ไม่เข้าใจ  แล้วก็ไม่ต้องนั่งสมาธิขัดสมาธิให้เจ็บขาจนขาจะหลุดด้วย" ครูสัจจากล่าว "ใช่ไหม ฟาร์ม เราเคยนั่งสมาธิไหม"

"เคยค่ะ"

"แล้วสนุกรึเปล่า"

"ไม่ค่ะ" ฟาร์มส่ายหน้า "ไม่เลยสักนิดเดียว"

"เมื่อกี้ดีกว่าใช่รึเปล่า" ครูสัจจาถามนักเรียนทุกคน ซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับ "อยู่กับพระพุทธศาสนา  แค่เอาใจไปรู้กับสิ่งที่เป็นธรรมชาติก็พอแล้ว  เวลานั่งสมาธิเราไม่มีความสุข เพราะเรามัวแต่คิดเอาเองว่า มันน่าอึดอัด" สัจธรรมหยุดพูด ปรากฏว่าทุกคนกำลังฟังอย่างตั้งใจ "แต่เมื่อกี้เราไม่ได้คิด  ผมบอกว่าให้รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นก็เท่านั้น  แล้วทุกคนก็มีความสุขใช่ไหม  ดังนั้น พอเราคิดว่า โอยทำไมมันนานจัง  เราก็เลยพากันหงุดหงิดใช่หรือเปล่า"

 

"แต่ผมหลับไปเลยนะฮะ" กีกี้ว่า และมีเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆ "ผมเผลอหลับไปงีบนึงเลย  จนแพทเขาถามขึ้น"

 

"หลับได้เพราะใจมันสบาย ถ้าใจไม่สบาย จะหลับได้ยังไงทั้งๆที่ยืน" ครูสัจจายิ้มให้กีกี้  "แต่จริงๆเขาไม่ให้หลับนะ  เอาล่ะรู้สึกจะใกล้หมดชั่วโมงแล้ว  เลยไม่ได้พาลงสนามอีกเรื่องนึงเลย  เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะทุกคน"

 

"ครูคะ  ครูไม่เช็คชื่อพวกเราเลยเหรอคะ  แล้วจำเราได้เหรอ" สาวผมสั้นท่าทางมั่นใจ พลอยยิ้มล้อเลียนคุณครู

 

"เรื่องจำน่ะเจอกันสักสามคาบก็จำได้แล้ว  แต่วันนี้ผมรู้จักทุกคนดีขึ้นเยอะ"  สัจจายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูอีกครั้ง "เอ้า เราน่ะ ถือกระเป๋าสะพายให้ผมด้วย  ระวังนะในนั้นมีพระบรมสารีริกธาตุ  ทำตกมานี่ชาติหน้าเกิดเป็นหมาเลยนะเอ้า"

"เหวอ  จ...จ...จริงดิครับครู!!" หนุ่มปักษ์ใต้เย้เยผู้ถูกโยนกระเป๋ามาแบบไม่มีคำเตือนถึงกับร้องลั่น  และจับกระเป๋าไม่อยู่เหมือนมันเป็นไฟลวก 

"ผมล้อเล่น" สัจธรรมว่า "ใครจะบ้าพกพระบรมสารีริกธาตุเดินไปเดินมาได้ทั้งวัน"

 

ว่าแล้วคุณครูผมยาวก็เดินนำนักเรียนทุกคนกลับห้องเรียน พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า

 

 

=======================================================

เสร็จแล้วครับ  สองอันสุดท้าย ที่ในส่วนของ profile มีเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย เพราะเขียนๆไปคาแรคเตอร์สัจธรรมมันก็เพิ่มขึ้นๆ (มาร์คสีไว้ให้แล้วนะครับ)

 

ขอบ่นว่างานประจำหนักมาก  ทำให้เลทมาจนถึงบัดนี้

 

ด้านรายละเอียด ไม่คิดเลยว่าจะเยอะมากๆๆ  ตอนแรกผมเก็บข้อมูลครู บุคลากร และนักเรียน ทำเป็น DB ส่วนตัวไว้ดู  พอแต่งๆไป อ่าว เวรกรรม ลืมดูแผนที่โรงเรียนประกอบต้องเขียนใหม่  เขียนๆไป  อ่าว นักเรียนมีแผนผังที่นั่งประจำด้วยแฮะ  ไอ้ที่เขียนไปเลยต้องแก้ใหม่หมดเลย

 

ไม่นับเนื้อหาที่แก้แล้วแก้อีก  มันยากเพราะต้องสวมบทเป็นครูสัจธรรมจริงๆนี่แหละครับ (เฮ่อ ) แล้วผมเป็นคนแต่งฟิคยาวมาตลอดด้วย  พอมาแต่งสั้นๆเลยรู้สึกยาวไปบ้างสั้นไปห้วนไปบ้าง  แก้ซ้ำไปซ้ำมา  แต่ก็ยังยาวอย่างที่เห็น

 

สุดท้ายรู้สึกว่าจะเลทเกินกำหนด เลยตัดสินใจว่า เอาที่ดีที่สุดแล้วกันครับผม

 

สรุปคือ มันก็เป็นความผิดผมล้วนๆ  ขอโทษ ผอ.โคค่อน ด้วยที่ทำให้ลำบากมาก  

 

ปล. ถ้าระดับมันกระโดด ดูสอนเป็นผู้ใหญ่ไปก็ขอโทษด้วยครับ  พอดีผู้แต่งอายุ 2x แล้ว

ปล.2 ตัวละครไหนหลุดคาแรคเตอร์ไปบอกๆกันได้นะครับ  ผมเองก็อ่าน profile ทุกคนทุกบรรทัดไม่ไหวจริงๆ  ได้แต่จินตนาการความเป็นไปได้เอา

*ตอนนี้แก้เรื่องหอพระไปก่อนแล้ว  ขอเวลานั่งอ่าน profile นักเรียนที่เอ่ยถึง+มีการท้วงติงอย่างละเอียด  คิดว่าน่าจะแก้ได้ในเร็ววัน