2006/Jul/04

กองตำรามืดฟ้ามัวดิน

ผ่านตาแล้วสิ้นไร้ข้อสงสัย

ปัญญาลุกโชติช่วงส่องแดนไกล

ดวงตาคุณธรรมหมายกอบกู้แผ่นดิน

บุ๋นบู๊ไร้ข้อกังขา

ตวัดพู่กันวาดกระเรียนฟ้าว่ายากหรือ?

วางพู่กันจับคันทวนผันผวนในมือ

กอบความรู้ทั้งขงจื๊อและซุนวู

บทจะโต้คารมปากคมปราด

เชือดเฉือนทรราชจะหวาดหวั่นก็หาไม่

บทจะโต้ศึกชายแดน จะเหมือนแม้นผู้ใด

เรียงทัพเหนือใต้พิชิตชัยในวันเดียว

เป็นนักรบฝึกหัด

เป็นปราชญ์เริ่มเรียนรู้

สามสี่ปีผ่านมาเนิ่นนานพอดู

ข้าจึ่งรู้... ความสามารถในตัวตน

หากทว่าศักดิ์ศรีนี้ยิ่งใหญ่

จะก้มหัวให้ใคร ยอมได้อย่างนั้นหรือ!?

บุญคุณน้อยนิด คิดจะให้เรานอบน้อมอย่างนั้นฤๅ

สิ่งใดเล่าที่ถือ หรือแค่อาวุโสเท่านั้นเอง?

เพียงผ่านพักพิงในยามค่ำ

และข้าจำใจทำหามีทางเลือกไม่

ตอบแทนคุณนี้ไปแล้ว ยังจะมาเรียกหาอะไร

อาจปรารถนาให้ข้านบน้อมให้... ไม่มีทาง!

อาจจริงที่ปราชญ์กล่าว

ว่าควรนบนอบเขาหากเราจำต้องน้อม

ข้ารู้ดีใช่! แต่จะให้นักรบเช่นข้ายอม

นอกเสียจากเจ้าจอมแผ่นดิน ข้าไม่ยินดี!

หากมีทางเลือกอื่น

หรือนักรบเช่นข้าจะกล้ำกลืนเป็นบุญคุณเขา

เขา ผู้ซึ่งไม่ให้เกียรติเรา

และเขา ผู้ซึ่งรอให้เราก้มหัวลงไป

ถ้าไม่เห็นแก่นายเหนือหัว

ด้วยกลัวตนจะนำความลำบากไปหา

ถ้าไม่เห็นแก่นายเจ้าชีวา

ด้วยกลัวตนจะนำพาทางอับจน

ข้านักรบผู้ทรนง

จะไม่ขอยอมลงให้คนผู้นี้

แต่เพื่อนายเหนือหัวที่เคยสั่งสอนชั่วดี

ต่อให้ชีพพลีข้าก็จะยอม

ฉะนั้น ข้าจะขอจารึกในแผ่นไม้ไผ่

ว่าจากนี้ไป ข้าจะลดเกียรติให้ สักครั้ง...

มิใช่เพราะวาจาเจ้าน่าฟัง

หากแต่ข้าห่วงผู้อยู่เบื้องหลังเท่านั้นเอง

อย่าหลงระเริงตน

ที่ข้าอดทนมิใช่เพราะเห็นใจเจ้าแน่

ที่ข้าจริงใจมิใช่เพราะเคารพเจ้าจริงแท้

ที่ข้ายอมแพ้มิใช่เพราะเจ้าชาญคน

ศักดิ์ศรียังมีในตัวข้า

แต่ศักดิ์ศรีมาหลังคำๆนี้

ผนึกในใจ เขียนไว้ว่า "จงรักภักดี"

ให้แลกทุกสิ่งที่มี ก็ยอม....ก็ยอม

กองตำราสูงเทียมฟ้า

ยุทธศาสตราสูงเทียมเขา

ศักดิ์ศรีข้าสถิตเนิ่นนานเนา

ฝากไว้ให้ขานเล่า ทั้งหมดนี้มีเพื่อเจ้านาย