Elven-Ballad

นักกวีหนุ่มบ้านนอก รอนแรมผ่านถนนและแสงไฟ

กีต้าร์ในมือยังกังวาลใสแต่ใครหนอใครจะยินดี

เพลงที่เคยกล่อมสายธารกล่อมไพรวันต์และสายลม

เขาว่ามันหนวกหูด่ากันขรม ใครเล่าจะชื่นชมนักกวี

ร่อนเร่และเที่ยวไปไร้ขอบเขตประเพณี

เอนกายพิงกำแพงเล่นดนตรี ใช้กีต้าร์หาสตางค์

ครั้นพบสบตาหญิงสาว ก็ปวดร้าวไม่สมหวัง

ฉันดีดกีต้าร์ให้เธอฟัง เธอก็รังแต่จะเกลียดเรา

จริงสินะนักกวีคิด เรามันดีดแต่กีต้าร์เก่า

เกิดเป็นนักกวีอย่าหมายได้เชยชมแม้เงาสาวเจ้าไม่เหลียวแล

ชุดก็เก่าผมเผ้าก็ซกมก สอบตกหัวใจเธอแน่

แต่สาวน้อยเธอจะรู้ไหมฉันมอบรักแท้ แด่หัวใจเธอไม่สร่างซา

นักกวีหนุ่มถอนหายใจ แล้วเดินจากไปทั้งน้ำตา

ปากร้องเพลงมือก็ถือกีต้าร์แสวงหารักแท้ต่อไป


edit @ 2005/08/30 13:35:07
edit @ 2005/08/30 13:35:15

อ้างอิงถึงแผ่นดินและแม่น้ำ ว่าเก็บความทรงจำอะไรไว้บ้าง

ถามกอหญ้าข้างทาง ว่ากี่ปีแล้วที่ร้างคนมาเยือน

กกชูช่อสูงเหนือปลายเท้า กี่ปีแล้วเล่าที่ตรงนี้ถูกลืมเลือน

เถ้าใบไม้กองอยู่นานแล้วกี่เดือน ต้องดูนาฬิกากี่เรือนถึงรู้วันเวลา

ฝุ่นจับใบไม้แห้งกรอบ สายลมหอบปีกผีเสื้อสู่เวหา

ไร้สุ้มไร้เสียงไร้วิญญาณ์ เพราะผ่านมานานเกินไปหรือไรกัน

พื้นดินแห้งผากเป็นสีเทา ป้ายหินแตกร้าวนับร้อยนับพัน

ดารดาษอยู่ในแสงสลัวของตะวัน เพียงคำบันทึกของแรมปี

รอยสลักบนหินร้าวแหลก คือเรื่องราวของวันแรกจนถึงวันนี้

ความทรงจำสุขและทุกข์ที่เคยมี สุดท้ายก็เป็นอนุสาวรีย์เมื่อครั้งยังเป็นคน...

แก้ไขเมื่อ 11/2/2548 18:03:01


edit @ 2005/08/30 13:35:01

เวลาที่เธอมีความสุข คือเวลาที่เธอออยู่กับเขา

แต่ทุกครั้งที่เธออยู่ข้างเรา คือเวลาที่เธอเศร้าและต้องการคนเข้าใจ


edit @ 2005/08/30 13:34:54