My-Poetry

งานกวีแรกๆที่แต่งตอนม.6

เขียนเล่นๆในไดอารี่ แต่เห็นว่าเพราะดี ไม่น่าเชื่อว่าจะแต่งได้ดีกว่าที่คิด เป็นบทกวีที่อ่านง่ายที่สุดแล้วในจำนวนทั้งหมดของผมนะ

เรื่องราวเป็นแนวที่อาจเรียกได้ว่าคลาสสิค ถ้าเป็นภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าCourtly love หรือชายต่ำต้อยรักผู้หญิงที่สูงกว่า แต่บทกวีนี้น่าสนใจตรงที่ว่า ตัวผู้ชายเป็นบาร์ด

ปกติบาร์ด ในความเป็นจริงแล้วก็มักถูกมองข้ามอยู่เสมอ คิดว่าไม่น่าแปลกถ้าจะถ่ายทอดภาพของผู้ชายต๊อกต๋อยคนนึงเดินในลอนดอน ครั้นไปรักสาวเมือง สาวเมืองก็ไม่รับรักตอบเสียนี่

ภาพของตรงนี้ เชื่อว่าสื่ออารมณ์ได้ดีกว่าบทกวีแนวเดียวกัน ถ้าคนที่อ่านรู้จักลอนดอนดีพอล่ะก็นะ เพราะคำว่าSolitaryนี้ ความหมายมันเหนือกว่าLonelyมากนัก สำหรับบาร์ดจนๆคนนึง การมาอยู่ท่ามกลางโลกแห่งวัตถุ ที่ซึ่งเขาไม่อาจแสวงหาได้แม้แต่ความรัก บทกวีและเสียงเพลงมันปลอบประโลมใจเขาไม่พอหรอก แต่ในยุคที่โลกเปลี่ยนไป ความปรารถนาที่จะกลับไปอยู่ในชนบทก็คงกลายเป็นความฝัน

บาร์ดคนนี้ต่างจากชาวชนบทบ้านเราไหม ก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเลย.......

หนึ่งในงานกวีที่แต่งตามอารมณ์ ด้วยอารมณ์ที่อยากเขียนอะไรก็ได้ที่ออกแนวสีเทาๆ มืดๆหม่นๆ โดยพยายามซ่อนปมไว้จนจบบทสุดท้าย โดยส่วนตัวแล้ว ผมเป็นคนชอบภาพของสุสานมาก (สุสานฝรั่ง) และคิดว่าถ้าลองแต่งบ้างเหมือนพวกgraveyard poet ก็คงจะดี เลยแต่งมันซะอย่างนั้น แต่การตั้งชื่อให้สื่อถึงความหมายที่แท้จริงของบทกวียากกว่าครับ

เป็นวลีที่ชอบมาก เพราะ ณ ช่วงหนึ่งของชีวิตตอนที่ผมหลงรักผู้หญิงคนหนึ่งนั้น ผมรู้สึกกับตัวเองเช่นนี้เสมอ และมันทำให้ผมแทบจะน้ำตาไหลเมื่อได้เห็นตัวเองไม่มีวันได้เป็นคนที่เขารัก ถึงแม้ตัวเองจะรู้ว่าไม่คู่ควร แต่อย่างน้อยผมก็อยากมีค่ากับคนๆนั้นมากกว่าทุกวันนี้

วลีนี้จริงๆมาจากนิยายของผมเรื่องหนึ่งที่ยังแต่งไม่จบ คร่าวๆว่าเป็นเรื่องที่เอาตัวผมไปแทนบทพระเอก และให้นางเอกเป็นเธอคนนั้น แก่นของมันจึงเป็นเรื่องความรักที่ไม่สมหวัง แต่ปัจจุบันเรื่องนี้กลายเป็นแนวเสียดสีสังคมไปแล้ว ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม 5555 (คงเพราะผมมีแต่ครุ่นคิดเรื่องพรรค์นี้กระมัง)