2006/May/16

- เจ้าเป็นใครข้าไม่รู้จัก
เจ้ามาพำนัก ณ ที่นี้หรือที่ไหน
เจ้านี่เจ้าเป็นใคร
ข้ารู้จักเจ้าไหม... ท่าจะไม่นะ...ความจริง

- ไอ้สัดสารเลวชาติชั่ว
มึงทำเป็นกลัวตัวมึงอยู่ได้
กูอยู่กับมึงแต่เกิดจนตาย
อย่ามาพูดว่าทำไมกูอยู่กับมึง

- ....อย่าเล่นตลกแบบนี้
มันไม่ดีนะรู้ไหมสหาย
เจ้าเป็นข้าข้าเป็นเจ้า? พูดแล้วขำจะตาย
มีหรือจะเป็นไปได้? ในเมื่อเราต่างกัน

- ฮะเหอเหย อ้ายควายเอ๊ย อ่อนหัด
มึงก็สารพัดจะบอกกับกูคนนี้
หลายครั้งครามึงก็เรียกหากูทุกที
ให้ด่าคนโน้นคนนี้ ไม่มีใครนอกจากกู

- ข้าไม่เคยด่าผู้ใด
ไม่เคยแม้จะมีใจดูหมิ่นเขา
เกียรติอัศวินข้ายึดถือมานานเนา
อย่าเลยเจ้า อย่ามาใส่ความกัน

- ตลกตายเตี่ยไอ้เหี้ยถ่อย
มึงเพิ่งจะปล่อยกูไปทำร้าย
คนๆหนึ่งซึ่งมึงเรียกว่าเจ้านาย
กูด่ามันแล้วเสียกระจาย เหี้ยสัดสันดาน

- หุบปากของเจ้าเจ้าปากพล่อย
ข้ามิเคยปล่อยให้เจ้าครอบงำข้า
ข้ามีปณิธานเนิ่นนานมา
สั่งสมข้ามกาลเวลาเป็นอัศวินที่ดี

- ทูเรศ พูดแล้วอยากสำลัก
กูเบื่อนักคนอย่างมึงคนนี้
กูบอกไปแล้ว นายมึงจะไปตายไหน ก็ไปเสียที
กูเบื่อนายที่แสนดี เข้าใจไหม ไพร่สารเลว

- คำก็หยาบสองคำก็ไร้มารยาท
คนอุบาทว์เลวชาติอย่างเจ้านี่หนา
ต้องซัดซ้ำด้วยหอก ให้ออกไปนอกสายตา
นึกอย่างไรจึ่งกล้า ล่วงเกินเจ้านาย

- นายเนยอะไรกูไม่สน
ถ้ากูทุกข์ทนก็มิใช่คนๆเดียวเสียให้ได้
กูไม่สุข ก็อย่าหวังสุข หนาเจ้านาย
นอกจากจะฆ่ากูตาย กูจะตามจองเวร

- ไม่จริง เจ้าไม่ใช่ตัวข้า
ข้าไม่สารพันวาจาหยาบคายเช่นนี้แน่
ข้าภักดีต่อนายไม่เสื่อมคลายไม่เปลี่ยนแปร
จะให้ข้าดับดิ้นแด ก็ไม่มีวันด่าเจ้านาย

- ความจริงคือความจริงไอ้หมาน้อย
มึงมันคนถ่อยสถุลเหลือหลาย
ดีชั่วไม่สถิตทั่วใจและกาย
บาปและบุญไม่ระคายหัวใจมึง

เพื่อตนเองมึงน่ะทำทุกอย่าง
ด่ากระทั่งสตรี แน่ล่ะซีมึงไม่เคยสน
กระทบกระแทกใจนาย หวังทำลายให้ไม่เหลือคน
ไม่เคยสนว่าใจเขาจะเป็นเยี่ยงไร

- ......................นี่เจ้าพูดจริงน่ะหรือ
หากตัวตนหนึ่งข้าคือคนไม่มีศาสนา
ไม่เกรงบุญบาป ใจหยาบไร้เมตตา
ทำทุกอย่างเพื่อไขว่คว้าหาทางของตน

เหยียบย่ำดวงแก้วใส
ที่เจ้านายเปรอปรน
ทรยศบุคคล
ผู้เลี้ยงดูตนจนใหญ่มา

พ่อแม่ไม่มีในที่นี่แล้ว
อย่าหวังเลยว่าดวงแก้วพระธรรมจะนำใจได้
คนหยาบช้า ที่แท้ข้าสมควรตาย
ไหนหรืออัศวินคู่กายผู้ทรนง

- จริงแท้แน่นอนมึงเอ๋ย
- ถ้าเช่นนั้นอย่าหวังเลยว่าเจ้าจะได้
-จะทำไมในเมื่อข้าอยู่ในกาย
- งั้นจงไปตายเสียให้ไกล

- ละอายใจตนเอง...
ในคืนที่เจ้านายคว้างเคว้งในกระแสกาฬสินธุ์ใหญ่
กลับผลักให้จม ซ้ำเติมให้ล้มตายไป
ละอายใจ ละอายใจ .....ไม่มีใดจะเปรย

โปรดอภัยเถิดนายของข้า
เมื่อวิญญาณ์ถูกครอบงำด้วยอำนาจชั่วฉล
มิอาจรู้ได้ว่าสิ่งใดให้มาดล
เปลี่ยนข้าเป็นคนละคนกับอัศวิน

หากมันมาข้ามิอาจต้านทานได้
ด้วยว่าใจมันก็ใจข้า
แต่เมื่อใดที่ข้าอยู่ข้างนายทุกเวลา
เมื่อนั้นจะไม่มีคำว่า "ทรยศ" ในวนพจน์แห่งอัศวิน....

2006/May/16

วันหนึ่งมีนิทานยามราตรีที่ข้าได้ฟัง

ใครบอกข้าได้มั่งว่ามันหมายถึงอะไร

..........................................

มีชายคนหนึ่ง

อยู่ในโลกใบหนึ่งซึ่งมีกลางคืนยาวนานมากๆ

และในกลางคืนของโลกเขานั้นไม่มีแสงดาวและแสงจันทร์

แต่ณ ที่อีกแห่งหนึ่งมีชายอีกคนหนึ่ง

อยู่ในโลกซึ่งมีแสงสว่าง

เหมือนโลกเรานี่แหละ

กลางคืนบ้างกลางวันบ้างสลับกันเป็นธรรมดา

..............................

วันหนึ่ง

ชายซึ่งอยู่ในโลกสว่างบอกชายอีกคนนั้นว่า

"ข้าเกลียดกลางคืนจัง

มันมืดเป็นบ้า...

ถึงจะจุดไฟได้ แต่มันก็เปลืองไม้ขีดไฟ

ข้าจะทำยังไงดี"

ชายคนแรก

ตอบไปว่า

"เปลืองไม้ขีดไฟก็ยังดีเสียกว่า

คนที่ไม่สามารถค้นหาแสงสว่างใดๆได้เลยอย่างข้า"

.............................

นั่นแหละปัญหา

ผมเป็นชายคนที่สอง

ผมไม่เข้าใจว่าแสงสว่างมันเป็นยังไง

.................เพราะผมเกิดมาอยู่ในที่สว่างมาตลอด

สว่างมากสว่างน้อยก็ยังสว่าง

แต่นั่นแหละ

ผมถึงพร่ำถากถาง

ชายคนแรกว่า

"โชคดีจริงนะชีวิตเจ้า"

..............................

ในคำตอบของชายโลกมืด

เขากล่าวเพียงว่า

"ท้องฟ้า

ราตรีที่ไม่มีวันจบ

หากเจ้าพานพบ

แสงอาทิตย์ส่องสว่าง

..........ความเลือนรางก็จะหายไป

ท้องฟ้าที่เคยมืดมัวก็จะแจ่มใส

นั่นไงคือสิ่งที่ข้ารอ"

............................

ข้าไม่เข้าใจเลย

ทำไมนะทำไม

แค่เพื่อแสงอาทิตย์ดวงเดียว

เขาจึงต้องเทียวทำทุกอย่าง

สละเลือดตนเพื่อค้นหาเพียงหนทาง

ที่จะได้แสงนั้นมา

น่าเบื่อหน่าย.......นะว่าไหม

อะไรหนออะไร ทำไมทนทำอยู่ได้

น่าเบื่อน่าเบื่อ...... ดีไม่ดีความพยายามก็เปล่าดาย

ตายในม่านราตรี

......................................

อือม์ แต่ก็ไม่ผิด

คนที่เกิดมาใต้แสงอาทิตย์อย่างข้า

จะรู้ได้ไงว่าเมื่อไรที่แสงส่องมา

ความสว่างจ้า.... คือสิ่งที่ปรารถนาสูงสุดในชีวี

.........

ข้าไม่เข้าใจนิทานเรื่องนี้เลย...

เพราะฉะนั้น

บอกข้าที

ข้าจะทำยังไงดี

ถึงจะรู้ว่าแสงของชายในม่านราตรี....................................

สำคัญสำหรับเขาเพียงใด

------------- คนไม่รู้จักแสงอาทิตย์---------------------

2006/May/14

เจ็บระกำช้ำแผลเก่า
จึ่งซ่อนตนอยู่ในเงาของอดีต
เลียแผลกายที่ถูกกรีดทำลายเพราะคมมีด
และขอปิดซ่อนเร้นตัวและหัวใจ

ในห้องอดีตเก่าๆและอับๆ
ในห้องแห่งความลับที่ไม่มีใครเข้าใจได้
ในห้องนี้ที่ข้านั่งเลียแผลกาย
ที่ๆข้ากลายเป็นซากตายเพียงลำพัง

ไม่มีแสงใดๆในห้องนี้
สิ่งที่มีคือความมืดและเหน็บหนาว
ปล่อยคืนวันผ่านไปเหมือนไม่รู้อะไรบ้างสักคราว
และขอพักผ่อนยาวชั่วกาลนาน

เกินทนกับสายตาคนที่มองอยู่
เพียงชายตาดูยิ้มหยันแล้วผ่านหนี
จะทนสู้ทำไมในโลกที่ไม่มีอะไรดี
ให้ผู้คนย่ำยีและตราหน้าว่าแพ้หรือไร

เกินกำลังกับการมีชีวิต
ในเมื่อชะตาลิขิตให้เราต้องเป็นเช่นนี้
ก็เชิญเถิดทุกคนเดินไปบนทางที่ดี
และในห้องมืดนี้...ข้าจะขออยู่คนเดียว

มืดมนและเหน็บหนาว
เดียวดายและโศกเศร้า..ไม่มีใครเขาต้องการอีกแล้ว
สิ้นหวังและทุกข์ระทม...จ่อจม...ในดวงตาที่ไร้แวว
ในอดีตที่สิ้นแล้วซึ่งรัก...ที่ทุ่มเทไป

ใช่....
ใครหนอใครจะต้องการคนอย่างข้า
ใครหนอใครจะใยดีคนที่มีแต่น้ำตา
ใครหนอใครจะอยากพูดจากับคนบ้าที่เอาแต่ฝังตัวเอง

คนที่รักในวันก่อน
บัดนี้ก็เหลือเพียงซากกาพย์กลอนที่ข้ามีให้
ป้อนข้าวป้อนน้ำเยียวยาด้วยน้ำใจ
แต่น้ำข้าวมิอาจเยียวยาอดีตอันแสนไกล...ที่ถูกตราตรึง

คนรอบกายหน่ายหนี
นี่หรือคนดีที่ข้ามีศรัทธาให้?
เรื่องซ้ำๆ คือคำที่เขาพูดออกจากหัวใจ
น่าเศร้าไหม? แต่เป็นเรื่องจริง

ที่สุดแล้วข้าก็ถูกทิ้ง
ที่สุดแล้วข้าจึงต้องนั่งพิงกำแพงอย่างเหว่ว้า
ที่สุดแล้วข้าจึงต้องหลีกเร้นกายา
ที่สุดแล้วข้าจึงต้องกลายเป็นคนบ้าที่นั่งร้องไห้ไปวันๆ

ธารน้ำที่รินไหล
ธารน้ำแห่งอดีตอันแสนไกลนั้นเหน็บหนาว
ธารน้ำตาที่ไหลพรากจากดวงหน้าเป็นทางยาว
ธารน้ำที่คละกลิ่นคาวเลือดจากหัวใจ